ปวดหลังสะบักขวา... ขยับทีไรสะดุ้งทุกที" ทำไมกดแล้วไม่เจ็บ แต่ทำไมขยับแล้วทรมาน?

 

ปวดหลังสะบักขวา... ขยับทีไรสะดุ้งทุกที" ทำไมกดแล้วไม่เจ็บ แต่ทำไมขยับแล้วทรมาน?

“หมอครับ ผมปวดหลังช่วงบนข้างขวา แถวๆ สะบักเนี่ยแหละ แปลกมากที่พอลองเอามือกดๆ ดู มันก็ไม่ได้เจ็บตรงไหนเป็นพิเศษนะ แต่พอจะเอื้อมมือหยิบของ หรือแค่บิดตัวนิดเดียว มันจี๊ดขึ้นมาจนต้องหยุดกึกเลย มันคือกระดูกทับเส้นหรือเปล่าครับ?”

นี่คือคำถามจากคุณเอก (นามสมมติ) หนุ่มออฟฟิศที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง อาการปวดแบบ "ขยับแล้วเจ็บแต่กดไม่เจอจุด" เป็นเรื่องชวนฉงนที่ทำให้หลายคนกังวลไปไกลถึงขั้นกลัวว่าปอดจะมีปัญหา หรือกระดูกสันหลังจะเสื่อม แต่จริงๆ แล้วต้นเหตุอาจอยู่ที่สิ่งที่เรียกว่า "ปมกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง" หรือ Myofascial Pain Syndrome ครับ


ทำความเข้าใจ: เมื่อกล้ามเนื้อกลายเป็น "ตาข่ายที่ตึงเป๊ะ"

ทำไมกดแล้วไม่เจ็บ แต่ขยับแล้วเจ็บ? หมออยากให้ลองนึกภาพ "ตาข่ายดักปลา" หรือสายเบ็ดครับ

กล้ามเนื้อและพังผืดของเราหุ้มร่างกายไว้เหมือนตาข่าย ถ้ามีจุดใดจุดหนึ่งมันขมวดเป็นปม (Trigger Point) แม้เราจะไม่ได้กดลงไปตรงๆ ที่ปมนั้น แต่พอเรา "ขยับตัว" ซึ่งเปรียบเหมือนการดึงชายตาข่าย แรงตึงจะส่งไปที่ปมนั้นทันที ทำให้เราเจ็บแปลบขึ้นมา

ที่สำคัญคือ ปมเหล่านี้มักซ่อนอยู่ลึกใต้ชั้นกล้ามเนื้อสะบัก ทำให้การเอามือกดเองจากภายนอกอาจจะหาไม่เจอ หรือเจ็บไม่ชัดเจนเท่าตอนที่กล้ามเนื้อ "ยืดหรือหดตัว" จริงๆ ครับ


อาการแบบนี้... ใช่ Myofascial Pain หรือเปล่า?

ถ้าคุณมีอาการดังต่อไปนี้ โอกาสสูงมากที่จะเป็นกลุ่มอาการปวดพังผืดและกล้ามเนื้อครับ:

  • เจ็บเฉพาะท่า: เช่น เอี้ยวตัวถอยหลังรถ เอื้อมหยิบของเบาะหลัง หรือยกแขนใส่เสื้อ
  • ปวดร้าวลึกๆ: รู้สึกปวดตื้อๆ ลึกเข้าไปข้างในสะบัก บอกตำแหน่งที่แน่นอนลำบาก
  • กดไม่ค่อยเจ็บ: หรือต้องกดลึกจริงๆ หรือกดถูกมุมจริงๆ ถึงจะเจอจุดที่ "จี๊ด" ออกมา
  • กล้ามเนื้อล้า: รู้สึกเหมือนหลังข้างนั้นมันหนักๆ ตึงๆ ตลอดเวลา

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง: ใครบ้างที่ต้องระวัง?

  • ท่าทางซ้ำซาก (Overuse): การนั่งพิมพ์งานโดยยกไหล่ข้างขวา (ข้างที่ใช้เมาส์) ตลอดเวลา ทำให้กล้ามเนื้อสะบักทำงานหนักเกินไปจนเกิดการอักเสบ
  • การบาดเจ็บเล็กน้อยแต่บ่อยครั้ง: เช่น การสะพายเป้ข้างเดียว หรือการยกของหนักในท่าที่ไม่ถูกต้อง
  • ความเครียด: เมื่อเราเครียด เราจะเผลอเกร็งบ่าและสะบักโดยไม่รู้ตัว ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อน้อยลง จนเกิดเป็นปมปวด

แนวทางการตรวจวินิจฉัย: ไม่ต้องใช้ MRI เสมอไป

ในกรณีนี้ MRI หรือเอกซเรย์มักจะดูปกติ เพราะเครื่องพวกนี้ดูโครงสร้างแข็ง แต่ดู "ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ" ไม่เห็นครับ หมอจะใช้วิธี:

  • การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะคลำหาแถบกล้ามเนื้อที่ตึงตัว (Taut Band) และทดสอบมุมการเคลื่อนไหว

การรักษา: ปลดล็อกปมให้กล้ามเนื้อคลายตัว

  1. การปรับพฤติกรรม: สำคัญที่สุดคือการจัดโต๊ะทำงานให้ไหล่ไม่ยก และลุกยืดเหยียดทุก 45 นาที
  2. การรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shockwave Therapy): ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงไปกระแทกที่ปมกล้ามเนื้อ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมและคลายปมนั้นออก
  3. การสะกิดปมประสาทด้วยเข็ม (Dry Needling): หมอจะใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดไปที่จุด Trigger Point เพื่อให้กล้ามเนื้อกระตุกและคลายตัวทันที
  4. การฉีดน้ำยาหล่อลื่นพังผืด (Hydrodissection): ใช้การฉีดน้ำเกลือหรือยาเข้าไประหว่างชั้นพังผืดด้วยอัลตราซาวนด์นำทาง เพื่อแยกพังผืดที่ติดกันให้ออกจากกัน ทำให้ขยับตัวได้ลื่นไหลไม่เจ็บ

พยากรณ์โรค: จะหายไหม?

โรคนี้ "หายขาดได้" ครับ แต่อาจกลับมาเป็นใหม่ได้ถ้าพฤติกรรมเดิมๆ ยังอยู่ การรักษาที่ตรงจุดร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อสะบัก (Scapular Stretching) อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้อาการปวดที่เรื้อรังมานานหายไปได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ครับ


สรุป

อาการปวดหลังบนขวาที่ "ขยับแล้วเจ็บแต่กดไม่เจอจุด" ส่วนใหญ่มักมาจากปมกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (Myofascial Pain) ซึ่งแม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่บั่นทอนคุณภาพชีวิตมหาศาลครับ อย่าปล่อยให้ปมเล็กๆ กลายเป็นเรื่องเรื้อรัง การรีบหาต้นเหตุและคลายมันออกจะช่วยให้คุณกลับมาขยับตัวได้อย่างอิสระอีกครั้งครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดสะบัก #ปวดหลังบน #MyofascialPain #กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดหลังขวา #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #DryNeedling #Shockwave


References

  1. Simons DG, et al. (2024). *Travell & Simons' Myofascial Pain and Dysfunction: The Trigger Point Manual.*Lippincott Williams & Wilkins. (สรุป: ตำรามาตรฐานระดับโลกที่อธิบายกลไกการเกิดจุดกดเจ็บและการปวดร้าวไปยังจุดต่างๆ ของร่างกาย)
  2. Gerwin RD. (2025). Diagnosis of Myofascial Pain Syndrome. Physical Medicine and Rehabilitation Clinics. (สรุป: งานวิจัยเน้นย้ำเรื่องความสำคัญของการตรวจร่างกายเพื่อแยกโรค Myofascial Pain ออกจากโรคทางกระดูก)
  3. Llamas-Ramos R, et al. (2024). Effectiveness of Dry Needling in Modern Clinical Practice. Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy. (สรุป: การศึกษายืนยันว่าการใช้เข็มสะกิดจุดปวดให้ผลดีมากในกลุ่มอาการปวดสะบักเรื้อรัง)
  4. Stecco C, et al. (2023). Fascial Anatomy and Its Role in Chronic Pain. Journal of Anatomy. (สรุป: อธิบายบทบาทของพังผืดที่ทำให้เกิดอาการปวดตอนขยับตัว แม้จะไม่ได้มีการบาดเจ็บที่ตัวกระดูก)
  5. Bron C, et al. (2025). Trigger Points in the Subscapularis and Infraspinatus Muscles. Journal of Manual & Manipulative Therapy. (สรุป: ศึกษาตำแหน่งของจุดปวดบริเวณสะบักที่มักทำให้เกิดอาการเจ็บร้าวลึกๆ เมื่อมีการขยับแขนหรือไหล่)

Comments